ความคืบหน้าของรัฐบาลอาร์เจนตินาในการออกมาตรการ ยกเลิกหรือลดการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers: NTBs)

                                                         

รัฐบาลอาร์เจนตินาชุดปัจจุบันภายใต้การนำของประธานาธิบดี Javier Milei กำลังเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจขนานใหญ่และพลิกโฉมนโยบายการค้าจากการปกป้องตลาด (protectionism) สู่การเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกทางการค้าตามกลไกตลาดเพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมอาร์เจนตินาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกมากขึ้นส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อลดลงอย่างก้าวกระโดดจากร้อยละ 117.8 ในปี 2567 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 31.5 ในปี 2568 และมูลค่าการนำเข้าสินค้าในปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24.7 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์สินค้าขั้นกลางสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าทุนตลอดจนหมวดสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ขยายตัวสูงสุดถึงร้อยละ 61.7 ในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา

สถานเอกอัครราชทูตฯขอสรุป 3 มาตรการสำคัญเกี่ยวกับการยกเลิกหรือลดการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีของรัฐบาลอาร์เจนตินาในห้วงที่ผ่านมาซึ่งจะเป็นแต้มต่อสำคัญให้กับผู้ประกอบการและนักธุรกิจไทยในการขยายตลาดสู่อาร์เจนตินา ดังนี้

(1) ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นมารัฐบาลอาร์เจนตินาได้ยกเลิกระบบสถิติการนำเข้า (Sistema Estadístico de Importaciones: SEDI) ซึ่งเดิมเป็นอุปสรรคทางการค้าที่แฝงมาในรูปแบบภาระงานด้านเอกสารและเปิดช่องให้เจ้าหน้าทื่รัฐใช้ดุลยพินิจประวิงเวลาได้ถึง 30 วันโดยเปลี่ยนมาใช้ระบบการตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคย้อนหลังณจุดจำหน่ายสินค้า (ex-post audit) แทนการขออนุมัติล่วงหน้า เพื่อลดขั้นตอนทางธุรการที่ไม่จำเป็นส่งผลให้ผู้นำเข้าสามารถสำแดงสินค้าผ่านระบบศุลกากร Malvina ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการอนุมัตินำเข้าล่วงหน้าจากหน่วยงานรัฐและลดต้นทุนแฝงจากพิธีการศุลกากรแบบเดิมดังนั้นจึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับไทยในการกระจายสินค้านำเข้าสู่ตลาดอาร์เจนตินาอย่างเรียบง่ายรวดเร็วโปร่งใสและคาดการณ์ได้มากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปซึ่งในอดีตมักประสบปัญหาด่านศุลกากรกักกันสินค้าเป็นเวลานานจนสินค้าเสื่อมสภาพ

(2) ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 รัฐบาลได้ขยายการให้สิทธิประโยชน์ตามระบอบศุลกากรในโรงงาน (Régimen de Aduana en Factoría: RAF) ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมการผลิตทุกประเภทตลอดจนบริษัทซัพพลายเออร์ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตจากเดิมที่จำกัดอยู่เพียงอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่พร้อมยกเลิกข้อบังคับเรื่องโควตาการผลิตการจ้างงานและการใช้วัตถุดิบในประเทศ (local content) ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมในอาร์เจนตินาและซัพพลายเออร์สามารถนำเข้าชิ้นส่วนส่วนประกอบและปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศได้โดยได้รับยกเว้นการชำระอากรขาเข้าและภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องหากนำมาผลิตหรือประกอบสินค้าสำเร็จรูปเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สามต่อไปอันจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับภาคธุรกิจในระหว่างรอผลิตสินค้าอย่างไรก็ดีหากนำสินค้ามาขายในตลาดอาร์เจนตินายังจำเป็นต้องชำระภาษีเมื่อผลิตเสร็จสิ้นแล้วดังนั้นมาตรการนี้จึงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการไทยในการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าทุนกึ่งสำเร็จรูปเพื่อป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตในอาร์เจนตินา

(3) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมารัฐบาลอาร์เจนตินาได้เริ่มนำระบบวินิจฉัยถิ่นกำเนิดสินค้าล่วงหน้า (advance ruling on rule of origin) มาใช้โดยเปิดช่องให้ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสามารถยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ขอรับคำวินิจฉัยที่มีผูกพันทางกฎหมายเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดสินค้าและวิธีปฏิบัติทางศุลกากรที่สินค้านั้นจะได้รับล่วงหน้าก่อนที่จะนำเข้าสินค้าจริงซึ่งมีอายุความคุ้มครองนานถึง 3 ปีอันจะช่วยเพิ่มความสามารถในการคาดการณ์สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับภาคธุรกิจป้องกันปัญหาสวมสิทธิ์โควตานำเข้าสินค้าบางชนิดและลดข้อพิพาทเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (anti-dumpingmeasures) สำหรับกลุ่มสินค้าแปรรูปที่มีห่วงโซ่วัตถุดิบซับซ้อนดังนั้นแม้ไทยจะไม่มีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับอาร์เจนตินาโดยตรงแต่มาตรการนี้จะเปิดช่องให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจส่งออกสินค้ามายังอาร์เจนตินาสามารถทราบข้อมูลล่วงหน้าว่าสินค้าส่งออกที่นำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนบางประเภทจากประเทศที่สามมาแปรรูปในไทยนั้นเสี่ยงต่อมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของอาร์เจนตินาหรือไม่ส่งผลให้การเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้นในขณะเดียวกันหากนักลงทุนไทยผลิตหรือแปรรูปสินค้าในประเทศอื่นที่มีข้อตกลง FTA กับอาร์เจนตินาก็จะสามารถใช้กลไกนี้ยื่นคำร้องขอคำวินิจฉัยถิ่นกำเนิดสินค้าล่วงหน้าได้ว่าสินค้าส่งออกมายังอาร์เจนตินานั้นจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามข้อตกลง FTA นั้นๆหรือไม่

สืบเนื่องจากมาตรการข้างต้น สถานเอกอัครราชทูตฯขอแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจส่งออกสินค้ามายังอาร์เจนตินาเน้นเจาะตลาดผู้นำเข้ากลุ่มสินค้าทุนชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปและวัตถุดิบเพื่อการผลิตเพื่อให้สินค้าไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบอบ RAF ใหม่ในขณะเดียวกันแม้รัฐบาลอาร์เจนตินาจะยกเลิกระบบขอใบอนุญาตนำเข้าล่วงหน้าแล้วแต่สินค้าส่งออกของไทยยังจำเป็นต้องผ่านพิธีการศุลกากรเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และค่าธรรมเนียมสถิติตามปกตินอกจากนี้หากผู้ประกอบการไทยสนใจส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เคมีภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์มายังอาร์เจนตินาก็ต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการสุ่มตรวจสินค้าย้อนหลัง (ex-post audit) ณจุดจำหน่าย ซึ่งหากทางการอาร์เจนตินาพบว่าสินค้าเหล่านั้นไม่เป็นไปตามมาตรฐานด้านสาธารณสุขหรือความปลอดภัยทางเทคนิคก็อาจถูกสั่งปรับหรือห้ามจำหน่ายได้เช่นกัน