ReadyPlanet.com
dot dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


การใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่ง article

ศูนย์ BIC ได้จัดทำรายงานการพัฒนาการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่ง (NGV) ของอาร์เจนตินา ซึ่งมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

ความเป็นมา
เมื่อปี ค.ศ. 1973 นานาประเทศต้องประเชิงกับปัญหาวิกฤตน้ำมัน (Oil Crisis) สืบเนื่องจากกลุ่มประเทศ OPEC ตัดสินใจลดปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อเป็นมาตรการโต้ตอบต่อนโยบายของสหรัฐฯที่ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศอิสราเอลซึ่งผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าวส่งผลให้อาร์เจนตินาหันมาส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งมากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจาก ตปท.
 
ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 อาร์เจนตินาได้ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ Loma de Lata ที่จังหวัดNeuquen ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาคลาตินอเมริกาในสมัยนั้น ซึ่งการค้นหาแหล่งก๊าซดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้นโยบายการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอาร์เจนตินาในยุคสมัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
 
เมื่อปี ค.ศ. 1983 รัฐบาลทหารของอาร์เจนตินาได้จัดตั้ง สนง. บริหารและการพัฒนาขึ้นภายใต้Gas del Estado ซึ่ง สนง. ดังกล่าวได้จัดทำแผน “National Plan for Replacement of Liquid Fuels in Transportation”  ขึ้นเพื่อใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งโดยมีเป้าหมายที่จะลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันจำนวนมากภายในระยะเวลา 10 ปี โดยมีแผนการที่จะนำก๊าซธรรมชาติมาใช้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่แทนน้ำมันดีเซล  ซึ่งต่อมาอดีต ปธน. Raul Alfonsin ได้นำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาประยุคใช้เป็นแผนการพัฒนาการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งในระยะยาว
 
การใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่ง
อาร์เจนตินามีเทคโนโลยีการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งที่ก้าวหน้าและครบวงจร ปัจจุบันมีรถยนต์ที่ใช้ก๊าซ (Natural Gas Vehicle – NGV หรือที่เรียกภายในอาร์เจนตินาว่า Compressed Natural Gas –CNG) มากเป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศปากีสถานโดยมีจำนวน1,700,000 คันจากจำนวนประมาณ10 ล้านคันที่ใช้ทั่วโลกซึ่งประเภทของรถยนต์ที่ใช้ก๊าซปัจจุบันประกอบด้วย 1) ร้อยละ 93.83 เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล 2) ร้อยละ4.39 เป็นรถกระบะ 3) ร้อยละ1.45 เป็นรถแท็กซี่ 4) ร้อยละ 0.24 เป็นรถยนต์ประเภทอื่นๆ และ 5) ร้อยละ 0.09 เป็นรถยนต์ของหน่วยงานราชการ
 
อาร์เจนตินามีสถานี NGV มากเป็นอับดับหนึ่งของภูมิภาคลาตินอเมริกาซึ่งมีจำนวนประมาณ1,767 สถานีอยู่ใน 315 เมืองทั่วประเทศโดยร้อยละ 50 ตั้งอยู่ภายในกรุงบัวโนสไอเรสและจังหวัดบัวโนสไอเรสในขณะที่ร้อยละ 30 ตั้งอยู่ในจังหวัด Córdoba, Santa Fe และ Mendozaร้อยละ 20 ที่เหลือตั้งอยู่ในจังหวัด Tucumán, San Juan, San Luis และ Salta
 
อาร์เจนตินามีเครือข่ายท่อส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญจำนวน 6 เส้นได้แก่ 1) North Trunk Pipe 2) Center Western Pipeline 3) Gas Andes Pipeline 4) Neuba I Pipeline 5) Neuba II Pipeline และ 6) San Martin Pipeline โดยมีเครือข่ายท่อส่งน้ำมันประเภท Trunk Pipelines ที่มีความยาว 11,000 ก.ม. ในขณะที่ท่อส่งก๊าซมีความยาวถึง 93,000 ก.ม. ซึ่งครอบคลุมอยู่ทั่วทั้งประเทศ นอกจากนี้เมื่อเดือน มี.ค. 2553  รัฐบาลอาร์เจนตินาและโบลิเวียได้ลงนาม คตล. ที่จะสร้างท่อส่งก๊าซเพิ่มจากจังหวัด Tarija ประเทศโบลิเวียไปยังจังหวัด Salta ของอาร์เจนตินาภายใต้โครงการ Juana Azurduy Pipeline โดยมีความยาวประมาณ 50 ก.ม. ซึ่งจะเพิ่มปริมาณการนำเข้าก๊าซจากโบลีเวียอีก 17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
                                 
บทบาทของภาคเอกชน
ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้อาร์เจนตินาเป็นผู้นำการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งของภูมิภาคลาตินอเมริกาโดยเฉพาะกลุ่มสมาคม CNG ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 ซึ่งสมาคมดังกล่าวอยู่ภายใต้สหภาพอุตสาหกรรมของอาร์เจนตินา(UIA) มีสมาชิกประกอบด้วยผู้ผลิตเครื่องยนต์และ Conversion Kits สำหรับรถยนต์ NGV ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้กับสถานี NGV และเจ้าของธุรกิจสถานี NGV ซึ่งทางสมาคมฯช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการใช้ก๊าซธรรมชาติให้มีความปลอดภัยและทันสมัยอันส่งผลให้เกิดการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งอย่างแพร่หลายต่อมา
 
อาร์เจนตินามีการพัฒนาอุปกรณ์การใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งอย่างครบวงจรตั้งแต่ตัวถังบรรจุก๊าซและ Conversion Kits อุปกรณ์ที่ใช้กับสถานี NGV อาทิเครื่อง Compressors และ Dispensers และ Control Unit ตลอดจน Virtual Pipeline ที่สามารถจัดส่งก๊าซไปตามสถานีNGV ต่างๆที่ท่อส่งก๊าซยังไปไม่ถึงซึ่งการพัฒนาและการผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวดำเนินการโดยบริษัท SMEs ภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่เช่นบริษัท Agira S.A. บริษัท Argentoil S.A. บริษัทDelta Compesión (ASPRO) บริษัท Distribution Shopping S.R.L. และบริษัท GNC Galileo S.A. ซึ่งบริษัทดังกล่าวก็เป็นสมาชิกของกลุ่มสมาคม CNG
 
อุปกรณ์และเครื่องมือการใช้ก๊าซธรรมชาติที่ภาคเอกชนเป็นผู้ผลิตจะต้องลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงาน Regulation of Gas National Board(ENARGAS) ซึ่งอยู่ภายใต้Ministry of Federal Planning หน่วยงานตั้งกล่าวได้ก่อตั้งขึ้นในยุคสมัยของอดีต ปธน. Carlos Menemเมื่อปี ค.ศ. 1992 โดยมอบหมายให้ ENARGAS เป็นหน่วยงานหลังที่ควบคุมและดูและการขนส่งและจำหน่ายก๊าซภายในประเทศภายหลังที่ ปธน. Carlos Menem ได้ Privatize กิจกรรมดังกล่าวให้ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการแทน Gas del Estado
 
นอกเหนือจากควบคุมและรับรองมาตรฐานของอุปกรณ์การใช้ก๊าซธรรมชาติแล้ว ENARCAS ยังเป็นผู้รับรองและออกใบอนุญาตให้กับศูนย์บริการจัดติดตั้งถังบรรจุก๊าซและ Conversion Kits ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1,093 แห่งภายใน18 จังหวัดของประเทศ
 
การส่งออกอุปกรณ์ NGV ไป ตปท.
สืบเนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ส่งผลให้การพัฒนาอุปกรณ์และการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งภายในอาร์เจนตินาชะลดตัวลงอย่างไรก็ดีบริษัทภาคเอกชนได้หันมาสนใจตลาด ตปท. มากยิ่งขึ้นโดยอาศัยของได้เปรียบที่อาร์เจนตินาเป็นประเทศแรกของภูมิภาคลาตินอเมริกาที่นำก๊าซธรรมชาติมาใช้กับรถยนต์และมีการพัฒนาอุปการณ์ NGV อย่างต่อเนื่องตลอดมา
 
ในระยะเริ่มต้นภาคเอกชนได้ให้ความสำคัญกับตลาคภายในภูมิภาคลาตินอเมริกาแต่ปัจจุบันมีการส่งออกอุปกรณ์ที่ใช้กับรถยนต์และสถานี NGV ไปประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียแอฟริกาและยุโรปมากขึ้น (ประมาณ 44 ประเทศ) ซึ่งส่งผลให้ยอดส่งออกอุปกรณ์ NGV ปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 34 ระหว่างปี ค.ศ. 2003-2008  ในปี ค.ศ. 2008 อาร์เจนตินามีการส่งออกอุปกรณ์ NGV ไป ตปท. ถึง146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
การพบปะกับผู้แทนของบริษัท GNC Galileo S.A.
จากการพบปะกับนาย Fausto Maranca ตำแหน่ง Executive Director และนาย Juan Ojanguren ตำแหน่ง Asia Pacific Regional Manager ของบริษัท GNC Galileo S.A. ทราบว่าบริษัทฯ ได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983 ซึ่งเป็นบริษัทแรกของอาร์เจนตินาที่ริเริ่มพัฒนาและผลิตอุปกรณ์ NGV เพื่อรองรับกับนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคขนส่งแทนการนำเข้าน้ำมันจากตปท. ปัจจุบันบริษัทฯมีการผลิตอุปกรณ์ NGV อย่างครบวงจรตั้งแต่อุปกรณ์ Conversion Kits เครื่อง Compressors และDispensers และ Control Unit สำหรับสถานี NGV ตลอดจน Virtual Pipeline ยกเว้นตัวถังบรรจุก๊าซที่ทางบริษัทฯ ไม่ได้ผลิต
 
นาย Ojanguren มีความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการสำหรับการใช้ NGV ภายในปทท. เป็นอย่างดีอีกทั้งเคยได้พบปะหารือกับรองประธานฝ่ายการตลาด NGV ของ ปตท. ระหว่างการประชุมที่ประเทศเวียดนามเมื่อช่วงต้นปี ค.ศ. 2010 โดยนาย Ojanguren ชี้แจงว่า ปทท. มีจำนวนสถานี NGV มากที่สุดภายในกลุ่มประเทศASEAN ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลักษณะ Mother Station แต่ยังไม่ครบคลุมทุกพื้นที่และไม่เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ ซึ่งนาย Ojanguren เห็นว่า บริษัท GNC Galileo S.A. สามารถให้ช่วยเหลือฝ่ายไทยในส่วนของ Daughter Station
 
นาย Ojanguren ชี้แจงเพิ่มเติมว่าตนเคยเดินทางมาสำรวจตลาดภายในปทท. และสร้างเครือข่ายกับภาคเอกชนไทยเมื่อปี ค.ศ. 2001 ซึ่งพบว่ามีผู้ที่สนใจและพร้อมจะร่วมมือกับบริษัทฯในการจัดทำสถานี NGV หลายรายแต่ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าการขนส่งและจำหน่ายก๊าซภายในปทท. บริหารงานโดยปตท. เพียงหน่วยงานเดียวและกฎหมายยังไม่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเหมือนกับอาร์เจนตินาจึงมีความจำเป็นต้องยกเลิกโครงการจัดทำสถานี NGV ภายในปทท. ออกไปทั้งนี้นาย Ojanguren ยังแสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยเพราะตระหนักดีถึงศักยภาพของ ปทท. โดยรวม
 
ข้อคิดเห็น
จากการศึกษาการพัฒนาการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งของอาร์เจนตินาพบว่ากิจกรรมการขนส่งและจำหน่ายก๊าซเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเป็นธุรกิจยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งการผลักดันโดยรัฐบาลในสมัยต่างๆอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งอย่างแพร่หลายอีกทั้งภาคเอกชนอาร์เจนตินาก็มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุปกรณ์และการลงทุนสร้างสถานี NGV ได้อย่างเป็นอิสระซึ่งทั้งสองปัจจัยเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในภาคธุรกิจดังกล่าวและเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอันส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ NGV ส่วนใหญ่ภายในอาร์เจนตินาเป็นรถยนต์ประเภทส่วนบุคคลและยังส่งผลให้มีการพัฒนาและการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่งอย่างแพร่หลายจนปัจจุบัน
 



การสำรวจตลาด

Capital Composition of Highway Concessions in Argentina. article
ตลาดอาหารฮาลาล article
ตลาดเฟอร์นิเจอร์ article
การเปิดร้านอาหารไทย article
สินค้าอาหารนำเข้าจากไทย article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.